1 อธิบาย
เลนส์ anamorphic เพิ่มชิ้นแก้วทรงกระบอกที่หักเหแสงแค่แกนเดียว มันบีบภาพแนวนอนลงบนเซนเซอร์ (เช่น 2×) แล้วไปคลายกลับตอน post ผลข้างเคียงที่ตาจับได้ทันทีคือ ของที่หลุดโฟกัสเป็นวงรีแนวตั้ง และไฟจ้าลากเป็นเส้นแนวนอนยาว (streak)
สีของ streak มาจาก coating ของเลนส์ ไม่ใช่จากรูปทรง ฟ้าเป็นแบบที่คนคุ้นที่สุด แต่บางเลนส์ออกอำพัน กด Split เพื่อเทียบ spherical กับ anamorphic บนประกายไฟ HDR แล้ววัด bokeh ใน plate เพื่อหา squeeze ถ้าเปิด bokeh จากเลนส์จริง ประกายไฟแต่ละจุดจะได้รูป bokeh ที่ trace ผ่านเลนส์ Double-Gauss 50 มม. ตรงตำแหน่งของมันในภาพ: ใกล้ขอบภาพเป็นตาแมวและมืดลง หรี่เป็น f/5.6 แล้วกลับมากลม
bokeh height ÷ width ≈ squeeze · horizontal-angle equivalent focal ≈ focal ÷ squeeze2 ลงมือลอง
โจทย์: แมทช์ plate anamorphic ที่ bokeh กว้าง 20 สูง 30 px และ streak สีฟ้า
สูง ÷ กว้าง ของ bokeh ≈ squeeze
3 เจาะลึก
ชิ้นแก้วที่ทำงานแกนเดียว
เลนส์ spherical หักเหแสงเท่ากันทุกทิศ เลนส์ anamorphic เพิ่มชิ้นแก้วทรงกระบอกที่มีกำลังแค่แนวนอน ภาพจึงถูกบีบแนวนอนลงบนเซนเซอร์ แล้วไปยืดกลับตอนดูหรือตอน post ลักษณะเฉพาะทั้งหมดของ anamorphic เกิดจากข้อเท็จจริงข้อนี้ข้อเดียว
ผลที่ตามมาคือเลนส์มีเหมือนสองความยาวโฟกัส แนวตั้งเป็นไปตามตัวเลขบนเลนส์ แนวนอนกว้างขึ้นตาม squeeze 40 มม. 2× ให้มุมแนวตั้งแบบ 40 มม. แต่มุมแนวนอนราว ๆ 20 มม. (บนเซนเซอร์กว้างเท่ากัน)
| ลักษณะ | Spherical | Anamorphic |
|---|---|---|
| Bokeh | วงกลม | วงรีแนวตั้ง |
| แสงจ้า | glow กลม, ghost | streak แนวนอน |
| Distortion | แล้วแต่เลนส์ | มักชัดและมีลักษณะเฉพาะ |
| Breathing | แล้วแต่เลนส์ | มักมากกว่า |
streak: ยาวแนวนอน สีจาก coating
ชิ้นแก้วทรงกระบอกทำกับแสงที่กระเจิงแบบเดียวกับที่ทำกับภาพ คือยืดแกนเดียว จุดแสงจึงกลายเป็นเส้นแนวนอน สีของเส้นมาจาก coating ฟ้าเป็นสีที่คนจำได้ แต่มีเลนส์ที่ออกเหลืองหรืออำพัน และเลนส์รุ่นใหม่ที่ coating ดีจะ streak น้อยและสะอาด
ตามฟิสิกส์ anamorphic ลาก streak จากไฟจ้า "ทุกดวง" ในทางปฏิบัติมักเลือกใส่เฉพาะไฟที่อยากให้เด่น และ streak ฟ้าบนงานที่ถ่ายด้วยเลนส์ spherical ผิดหลักฟิสิกส์ แต่บางครั้งผู้กำกับก็เลือกเป็นสไตล์
แมทช์ plate anamorphic
อ่านจาก plate ก่อน: วัด bokeh สูง ÷ กว้าง ดูสีและความยาว streak นับว่าไฟไหนมี streak ดู distortion จากเส้นตรงในฉาก แล้วทำ CG ให้ตรงทุกข้อ CG ที่ defocus เป็นวงกลมบน plate anamorphic จะเด่นทันที
- 1วัด bokeh สูง ÷ กว้าง
- 2สีและความยาว streak
- 3Defocus CG ด้วยวงรี
- 4Redistort ด้วยเลนส์จริง (ดู LA6)
bokeh วงรีบอกว่าเป็น anamorphic แม้ไม่มี streak สักเส้น
4 ในงานจริง
ทำใน Nuke
- ฟุตเทจ anamorphic มี pixel aspect (เช่น 2) อยู่ใน format Viewer คลายให้ดู เว้นแต่เปิด ignore pixel aspect
- Defocus หรือ ZDefocus: ตั้ง aspect ratio ให้ bokeh เป็นวงรีตามที่วัดจาก plate
- มอง streak ว่าเป็นสิ่งที่ชิ้นแก้วทรงกระบอกทำกับแสง: ทุกจุดที่สว่างเกินราว 1 ถูกลากออกไปตามแนวนอนของภาพ จึงเริ่มคิดจากการลาก ไม่ใช่จากต้นไฟ การลากคือการกระจายแนวนอนที่ยาวมากแต่แทบไม่มีความสูง เช่น Blur ที่ size x ใหญ่และ y แทบเป็น 0 หรือ Convolve ที่ใช้ภาพ kernel เป็นขีดแนวนอนยาวขีดเดียว ส่วนสิ่งที่ป้อนเข้าไปมีแค่แสงจริง คือดึงค่าที่เกินราว 1 ออกมาจากภาพ และเว้นไฟดวงที่ไม่อยากให้มี streak ไว้ ย้อมผลตามสี coating ที่เห็นใน plate ผลนี้คือแสง จึงบวกด้วย Merge plus เพราะเมื่อค่าเกิน 1 screen คืนค่า max(A, B) และทิ้งพลังงานของ streak ไป
- Convolve ช้า: precomp และ crop bbox ก่อน
พลาดบ่อย → แก้ยังไง
- ✗ defocus CG เป็นวงกลมบน plate anamorphic✓ ตั้ง aspect ratio ของ defocus ตาม bokeh ที่วัดได้
- ✗ ใส่ streak สีฟ้าทุกไฟ ทุกช็อต✓ ดูสีและความยาว streak จาก plate และเลือกไฟที่เล่าเรื่อง
- ✗ streak แนวเฉียงหรือแนวตั้ง✓ ชิ้นแก้วทรงกระบอกยืดแนวนอน streak ต้องนอนตามแนวนอนของภาพ
- ✗ ลืม distortion ของเลนส์ anamorphic ตอน redistort CG✓ ใช้ solve ของเลนส์จริงจาก grid หรือ matchmove
เช็กก่อนส่งช็อต
- bokeh ของ CG มีสัดส่วนเท่า bokeh ใน plate
- สี ความยาว และจำนวนไฟที่มี streak ตรงกับ plate
- distortion ของ CG ตรงกับเส้นตรงใน plate
- ดูภาพที่คลาย squeeze แล้ว ไม่ใช่ภาพที่ยังบีบอยู่
5 เช็กตัวเอง
ในภาพที่คลาย squeeze แล้ว bokeh ของเลนส์ anamorphic เป็นรูปอะไร
🔒 ตอบคำถามด้านบนก่อน แล้วการ์ดนี้จะเปิด
1. bokeh ใน plate วัดได้กว้าง 16 สูง 24 px squeeze น่าจะประมาณเท่าไร
2. ทำไม streak ของ anamorphic จึงเป็นเส้นแนวนอน
ตัวเลขมาจากไหน: หลักการ (ชิ้นแก้วทรงกระบอก, bokeh วงรีแนวตั้ง, streak แนวนอน, สี streak มาจาก coating) มาจากเอกสารเลนส์ที่ตีพิมพ์และหนังสือ flare/anamorphic ของ Sky สัดส่วน bokeh ≈ squeeze เป็นค่าประมาณ เลนส์จริงอาจต่าง (เช่นเลนส์ที่ใส่ชิ้น anamorphic ไว้ด้านหลัง) มุมแนวนอนเทียบ spherical คิดบนเซนเซอร์กว้างเท่ากัน distortion ในห้องนี้เป็น barrel แบบง่ายเพื่อให้เห็น ไม่ใช่โปรไฟล์ของเลนส์รุ่นใด bokeh จากเลนส์จริง ray-trace ผ่านสูตรเลนส์ Double-Gauss ที่ตีพิมพ์แล้ว (Smith, Modern Lens Design) ด้วย tracer ของเราเอง: 2 ล้านรังสีต่อรูป, iris กลม, ไฟที่ระยะอนันต์ โฟกัส 1.5 ม. แล้วย่อขยายตามขนาดที่ตั้ง ที่ 90% ของครึ่งเส้นทแยงมุม f/2 ได้ตาแมวที่กว้าง (ตามแนวรัศมี) 0.61 ของความสูง และสว่าง 36% ของกลางภาพ โหมด anamorphic บีบรูปนี้ในแนวนอน ซึ่งเป็นค่าประมาณเพื่อสอน ไม่ใช่การ trace เลนส์ anamorphic โหมดวงกลมธรรมดาคำนวณที่ 320×180 แล้วขยาย ประกายไฟเป็น HDR จาก Blender ของเรา